จังหวัดกาญจนบุรี ตั้งอยู่ภาคกลางของประเทศไทย ห่างจากกรุงเทพมหานคร 129 กิโลเมตร มีชายแดนติดต่อกับ สหภาพพม่าระยะทางประมาณ 370 กิโลเมตร มีอาณาเขตติดต่อกับจังหวัดใกล้เคียง ได้แก่
http://www.snamcn.lib.su.ac.th/specdb/kan/images/spacer.gif
ทิศเหนือ http://www.snamcn.lib.su.ac.th/specdb/kan/images/spacer.gifจดhttp://www.snamcn.lib.su.ac.th/specdb/kan/images/spacer.gifจังหวัดตากและจังหวัดอุทัยธานี
http://www.snamcn.lib.su.ac.th/specdb/kan/images/spacer.gif
ทิศใต้ http://www.snamcn.lib.su.ac.th/specdb/kan/images/spacer.gifจดhttp://www.snamcn.lib.su.ac.th/specdb/kan/images/spacer.gifจังหวัดราชบุรี
http://www.snamcn.lib.su.ac.th/specdb/kan/images/spacer.gif
ทิศตะวันออก http://www.snamcn.lib.su.ac.th/specdb/kan/images/spacer.gifจดhttp://www.snamcn.lib.su.ac.th/specdb/kan/images/spacer.gifจังหวัดสุพรรณบุรีและนครปฐม
http://www.snamcn.lib.su.ac.th/specdb/kan/images/spacer.gif
ทิศตะวันตก http://www.snamcn.lib.su.ac.th/specdb/kan/images/spacer.gifจดhttp://www.snamcn.lib.su.ac.th/specdb/kan/images/spacer.gifสหภาพพม่า

http://www.snamcn.lib.su.ac.th/specdb/kan/images/dec_r20_c5.jpg

กาญจนบุรีมีพื้นที่ 12 ล้านไร่ หรือ 19,483 ตารางกิโลเมตร แบ่งเขตการปกครอง ออกเป็น 13 อำเภอ คือ อำเภอ เมือง อำเภอท่าม่วง อำเภอท่ามะกา อำเภอพนมทวน อำเภอเลาขวัญ อำเภอบ่อพลอย อำเภอไทรโยค อำเภอทองผาภูมิ อำเภอศรีสวัสดิ์ อำเภอสังขละบุรี อำเภอด่านมะขามเตี้ย อำเภอหนองปรือ และ อำเภอห้วยกระเจา

http://www.snamcn.lib.su.ac.th/specdb/kan/images/dec_r15_c3.jpg

เมืองกาญจนบุรี เป็นเมืองโบราณเก่าแก่มีประวัติศาสตร์ความเป็นมาทุกยุคสมัย สามารถแบ่งออกเป็นยุคสมัยตามหลักฐานที่พบ ได้ดังนี้

สมัยก่อนประวัติศาสตร์
เริ่มตั้งแต่สมัยเริ่มกำเนิดมีมนุษย์ขึ้นในโลก จากสภาพภูมิศาสตร์ที่มีภูเขา แม่น้ำ ป่าไม้ สิงสาราสัตว์มากมาย เหมาะที่จะเป็นที่ตั้งอาศัยของมนุษย์มาตั้งแต่ในสมัยก่อนประวัติศาสตร์ พบหลักฐานทางด้านโบราณคดีมากมาย ได้แก่ เครื่องมือหินกะเทาะ เครื่องมือสมัยหินใหม่ เครื่องมือสมัยโลหะ โครงกระดูกมนุษย์ ภาชนะดินเผา เครื่องประดับ ภาพเขียนสีที่ผนังถ้ำ โลงศพ ฯลฯ ตามถ้ำเพิงผา และตามลำน้ำแควน้อยแควใหญ่ ตลอดไปจนลุ่มแม่น้ำแม่กลอง

สมัยทวาราวดี
เมื่ออินเดียได้เดินทางเข้ามาค้าขาย และเผยแพร่พุทธศาสนายังแคว้นสุวรรณภูมิ ในราวพุทธศตวรรษที่ 11 - 16 พบหลักฐานศิลปะอินเดียสมัยคุปตะในสมัยทวาราวดี ตามลำน้ำแควน้อย แควใหญ่ และแม่กลอง ที่บ้านวังปะโท่ บ้านท่าหวี บ้านวังตะเคียน และพงตึก โบราณวัตถุสถานที่พบ เช่น ซากเจดีย์ วิหาร พระพุทธรูป พระพิมพ์ เสมาธรรมจักร ระฆังหิน เครื่องประดับ ภาชนะดินเผา และพบตะเกียงโรมันสำริดที่มีอายุราว พ. ศ.600 นับเป็นโบราณวัตถุที่เก่าแก่ที่สุดของไทย

สมัยอิทธิพลขอม
จากหลักฐานทางเอกสารที่เก่าแก่ที่สุดที่กล่าวถึงเมืองกาญจนบุรี คือ พงศาวดารเหนือ กล่าวว่า "กาญจนบุรีเป็นเมืองพญากง พระราชทานบิดาของพระยาพาน เป็นเมืองสำคัญของแคว้นอู่ทองหรือสุวรรณภูมิ มีผู้สันนิษฐานว่าพญากงสร้างขึ้นราว พ.ศ.1350" ต่อมาขอมได้แผ่อิทธิพลนำเอาศาสนาพุทธมหายานเข้ามาประดิษฐานในเมืองกาญจนบุรี ปรากฏหลักฐานคือปราสาทเมืองสิงห์ เมืองครุฑ เมืองกลอนโด จนอำนาจอิทธิพลขอมเสื่อมลงไป

สมัยอยุธยาเป็นราชธานี
ในสมัยกรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานี เมืองกาญจนบุรีปรากฏชื่อเสียงเป็นที่รู้จักกันทั่วไป ต้องกลายมาเป็นเมืองหน้าด่าน เพราะตั้งอยู่ติดกับประเทศคู่สงครามคือพม่า กาญจนบุรีจึงเป็นเส้นทางเดินทัพและสมรภูมิ ด้วยเหตุว่ามีช่องทางเดินติดต่อกับพม่า คือ ด่านพระเจดีย์สามองค์ และด่านบ้องตี้ จึงนับว่ามีความสำคัญที่สุดเมืองหนึ่งในทางยุทธศาสตร์ ยังปรากฏชื่อสถานที่ในพงศาวดารหลายแห่งเช่น ด่านพระเจดีย์สามองค์ สามสบ ท่าดินแดง พุตะไคร้ เมืองด่านต่าง ๆ

สมัยธนบุรีเป็นราชธานี
กรุงธนบุรีเป็นราชธานีใหม่จากการกู้เอกราชโดยพระเจ้ากรุงธนบุรี ในสมัยนี้เกิดสงครามกับพม่าถึง 10 ครั้ง กาญจนบุรีเป็นสมรภูมิอีกหลายครั้ง เช่น สงครามที่บางกุ้ง และที่บางแก้ว ซึ่งมีสมรภูมิรบกันที่บริเวณบ้านหนองขาว

สมัยกรุงรัตนโกสินทร์เป็นราชธานี
เมื่อไทยย้ายราชธานีมาอยู่ที่กรุงเทพฯ เพียง 3 ปี ก็เกิดสงครามใหญ่คือ สงคราม 9 ทัพ แต่ไทยสามารถยันกองทัพพม่าแตกพ่ายไปได้ ณ สมรภูมิรบเหนือทุ่งลาดหญ้า ในปีต่อมาก็ต้องทำสงครามที่สามสบและท่าดินแดงอีก และไทยตีเมืองทวาย จากนั้นจะเป็นการรบกันเล็กน้อยและมีแต่เพียงข่าวศึก เพราะพม่าต้องไปรบกับอังกฤษในที่สุดก็ตกเป็นเมืองขึ้น และเลิกรบกับไทยตลอดไป ในสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้นยุทธศาสตร์การรบเปลี่ยนไป โดยเหตุที่พม่าต้องนำทัพลงมาทางใต้เพื่อเข้าตีกรุงรัตนโกสินทร์ จำเป็นต้องมีทัพเรือล่องลงมาจากสังขละบุรี มาตามลำน้ำแควน้อยผ่านอำเภอไทรโยคมายังปากแพรก ซึ่งเป็นที่รวมของแม่น้ำทั้งสอง ด้วยเหตุนี้หลังจากสิ้นสงคราม 9 ทัพแล้ว จึงได้เลื่อนที่ตั้งฐานทัพจากเมืองกาญจนบุรีที่ลาดหญ้า มาตั้งที่ตำบลปากแพรก ซึ่งเป็นที่รวมของแม่น้ำทั้ง 2 สาย กลายเป็นแม่น้ำแม่กลอง

http://www.snamcn.lib.su.ac.th/specdb/kan/images/dec_r22_c3.jpg

แคว้นโบราณ    ด่านเจดีย์    มณีเมืองกาญจน์    สะพานข้ามแม่น้ำแคว    แหล่งแร่น้ำตก

http://www.snamcn.lib.su.ac.th/specdb/kan/images/dec_r18_c4.jpg

 






สะพานข้ามแม่น้ำแคว

http://www.snamcn.lib.su.ac.th/specdb/kan/images/spacer.gifสะพานข้ามแม่น้ำแควตั้งอยู่ที่ตำบลท่ามะขาม ห่างจากตัวเมืองไปทางทิศเหนือตามทางหลวงหมายเลข 323 ประมาณ 4 กิโลเมตร แยกซ้ายประมาณ 400 เมตร มีป้ายชี้บอกทางไว้ชัดเจน เป็นสถานที่ทางประวัติศาสตร์ที่สำคัญยิ่งแห่งหนึ่ง สร้างขึ้นสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 โดยกองทัพญี่ปุ่นได้เกณฑ์เชลยศึกฝ่ายสัมพันธมิตร ได้แก่ ทหารอังกฤษ อเมริกัน ออสเตรเลีย ฮอลันดาและนิวซีแลนด์ประมาณ 61,700 คนและกรรมกรชาวจีน ญวน ชวา มลายู ไทย พม่า อินเดียอีกจำนวนมากมาก่อสร้างทางรถไฟสายยุทธศาสตร์เพื่อเป็นเส้นทางผ่านไปสู่ประเทศพม่า ซึ่งเส้นทางช่วงหนึ่งจะต้องข้ามแม่น้ำแควใหญ่จึงต้องมีการสร้างสะพานขึ้น การสร้างสะพานและทางรถไฟสายนี้เต็มไปด้วยความยากลำบาก ความทารุณของสงครามและโรคภัยตลอดจนการขาดแคลนอาหารทำให้เชลยศึกจำนวนหลายหมื่นคนต้องเสียชีวิตลง

 






อุทยานปราสาทเมืองสิงห์

http://www.snamcn.lib.su.ac.th/specdb/kan/images/spacer.gifอุทยานปราสาทเมืองสิงห์ตั้งอยู่ในเขตตำบลสิงห์ อำเภอไทรโยค สามารถเดินทางโดยรถยนต์ห่างจากกรุงเทพฯ ประมาณ 175 กม. เดินทางไปตามทางหลวง 323 สายกาญจนบุรี-ไทรโยค จนถึงกิโลเมตรที่ 15 จะมีทางแยกซ้ายไปปราสาทเมืองสิงห์อีก 1 กม. หรือ ทางรถไฟจากสถานีบางกอกน้อย กรุงเทพฯ สร้างขึ้นในสมัยพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 ของประเทศกัมพูชา

 






สุสานสัมพันธมิตรดอนรัก

http://www.snamcn.lib.su.ac.th/specdb/kan/images/spacer.gifสุสานสัมพันธมิตรดอนรักตั้งอยู่ริมถนนแสงชูโต (ทางหลวงหมายเลข 323) ก่อนจะเข้าตัวเมือง สุสานแห่งนี้เป็นสุสานของเชลยศึกสัมพันธมิตรที่เสียชีวิตในระหว่างการสร้างทางรถไฟสายมรณะ บริเวณสุสานมีเนื้อที่กว้างขวางสวยงามและเงียบสงบ ชวนให้รำลึกถึงเหตุการณ์การสู้รบและผลลัพธ์ที่ตามมา สุสานแห่งนี้บรรจุศพทหารเชลยศึกถึง 6,982 หลุม

 







ด่านเจดีย์สามองค์

http://www.snamcn.lib.su.ac.th/specdb/kan/images/spacer.gifด่านเจดีย์สามองค์ตั้งอยู่ที่ตำบลหนองลู ก่อนถึงตัวอำเภอสังขละบุรี 4 กิโลเมตร มีทางแยกขวาไปด่านเจดีย์สามองค์อีก 18 กิโลเมตร ทางลาดยางตลอดสาย พระเจดีย์สามองค์นี้ เดิมเรียกว่า หินสามกอง เป็นที่สักการะของคนไทยในสมัยโบราณก่อนที่จะเดินทางเข้าสู่เขตพม่า ต่อมาในปี 2472 พระศรีสุวรรณคีรี เจ้าเมืองสังขละบุรีของไทย ได้เป็นผู้นำชาวบ้านสร้างเป็นเจดีย์ขนาดเล็กสามองค์ดังที่เห็นในปัจจุบันนี้ นอกจากนี้บริเวณ ด่านเจดีย์สามองค์ยังเป็นช่องทางเดินทัพที่สำคัญของไทยและพม่าในอดีต ปัจจุบันนักท่องเที่ยวสามารถข้ามไปชมตลาดชายแดนในเขตประเทศพม่าได้

 






เขื่อนศรีนครินทร์

http://www.snamcn.lib.su.ac.th/specdb/kan/images/spacer.gifเขื่อนศรีนครินทร์เป็นเขื่อนที่สร้างปิดกั้นแม่น้ำแควใหญ่ ตั้งอยู่ที่อำเภอศรีสวัสดิ์ เป็นเขื่อนที่มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อระบบชลประทาน โครงการแม่กลองใหญ่ สามารถทดน้ำเข้าสู่พื้นที่การเกษตรได้ และผลิตพลังงานไฟฟ้าได้เฉลี่ยปีละประมาณ 950 ล้านกิโลวัตต์ต่อชั่วโมง เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวปีละกว่า 300,000 คน

http://www.snamcn.lib.su.ac.th/specdb/kan/images/dec_r18_c4.jpg

 






น้ำตกห้วยแม่ขมิ้น

http://www.snamcn.lib.su.ac.th/specdb/kan/images/spacer.gif

...............น้ำตกห้วยแม่ขมิ้นเป็นน้ำตกที่สวยงามมาก ตั้งอยู่ในเขตอำเภอศรีสวัสดิ์ ตั้งอยู่ในเขตอุทยานฯ ริมทะเลสาบเขื่อนศรีนครินทร์ ห่างจากกรุงเทพประมาณ 108 กิโลเมตร ตามเส้นทางสายกาญจนบุรี-เอราวัณ รถที่ใช้เดินทางต้องมีสภาพดีมีกำลังขับเคลื่อนสูงเพราะเส้นทางวิบาก หรือจะเดินทางมาทางเรือโดยขึ้นเรือที่ท่าเรือหม่องกระแทะ หรือท่าเรือท่ากระดาน ซึ่งอยู่ห่างจากทางแยกเข้าเขื่อนศรีนครินทร์ประมาณ 12 กม.

 

 

 


 


อุทยานแห่งชาติเอราวัณ (อุทยานแห่งชาติเขาสลอบ)

http://www.snamcn.lib.su.ac.th/specdb/kan/images/spacer.gifอุทยานแห่งชาติเอราวัณเดิมมีชื่อว่า อุทยานแห่งชาติเขาสลอบ ประกาศเป็นเขตอุทยานฯ เมื่อวันที่ 19 มิถุนายน 2518 มีเนื้อที่ 343,735 ต่อมาเปลี่ยนชื่อเป็นอุทยานแห่งชาติเอราวัณเนื่องจากชั้นสูงสุดของน้ำตกเป็นธรรมชาติที่มีลักษณะคล้ายหัวช้างเอราวัณ มีแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจ คือ น้ำตกเอราวัณ อยู่ห่างจากตัวเมือง 65 กิโลเมตร เป็นน้ำตกที่ใหญ่และสวยงาม บนฝั่งแม่น้ำแควใหญ่ ต้นน้ำเกิดจากลำห้วยม่องไล่ไหลผ่านลงจากยอดเขาและผาสูง 2,100 เมตร น้ำตกเอราวัณมีความยาว 1,500 เมตร แบ่งเป็น 7 ชั้น แต่ละชั้นมีลักษณะเป็นอ่างสามารถเล่นน้ำได้ และยังมีเส้นทางศึกษาธรรมชาติเอราวัณ ระยะทาง 1,060 เมตร ใช้เวลาประมาณ 30 นาที ผ่านป่าดิบเขา จุดชมวิวและป่าผลัดใบที่สวยงาม ท่านจะได้รับความเพลิดเพลินในการชื่นชมธรรมชาติและได้ความรู้จากป้ายสื่อความหมาย

 






อุทยานแห่งชาติไทรโยค

http://www.snamcn.lib.su.ac.th/specdb/kan/images/spacer.gifอุทยานแห่งชาติไทรโยค มีเนื้อที่ 312,500 ไร่ ประกาศเป็นอุทยานฯเมื่อวันที่ 27 ตุลาคม 2523 มีแหล่งท่องเที่ยวที่ น่าสนใจ คือ น้ำตกไทรโยคน้อย หรือ น้ำตกเขาพัง เป็นน้ำตก ที่สวยงามอีกแห่งหนึ่ง ในจังหวัดกาญจนบุรี ในฤดูฝนจะมีน้ำตกลง มาเต็มหน้าผา ส่วนฤดูแล้ง จะไม่มีน้ำแต่บริเวณน้ำตก ก็ยังคงสภาพธรรมชาติที่สวยงามร่มรื่น น้ำตกเขาพัง อยู่ริมถนน สายกาญจนบุรี-ไทรโยค-ทองผาภูมิ กิโลเมตรที่ 46 ห่างจากตัวเมือง 52 กิโลเมตร น้ำตกไทรโยค หรืออีกชื่อหนึ่งว่า "น้ำตกเขาโจน" เพราะน้ำที่ตกลงมาจากหน้าผาสู่แม่น้ำแควน้อย แรงมากราวกับกระโจนลงมา น้ำตกไทรโยค จะมีน้ำตลอดปี แต่น้ำจะแรงมากในฤดูฝน สามารถเดินทางเข้าถึง โดยทางรถยนต์ น้ำตกไทรโยคตั้งอยู่ ในบริเวณ ที่ทำการอุทยานอุทยานแห่งชาติไทรโยค มีเนื้อที่ 312,500 ไร่ ประกาศเป็นอุทยานฯ เมื่อวันที่ 27 ตุลาคม 2523

 




 

อุทยานแห่งชาติเฉลิมรัตนโกสินทร์ (ถ้ำธารลอด)

http://www.snamcn.lib.su.ac.th/specdb/kan/images/spacer.gifอุทยานแห่งชาติเฉลิมรัตนโกสินทร์ (ถ้ำธารลอด) เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ประกอบด้วยสถานที่ที่น่าสนใจหลายแห่ง คือ ถ้ำธารลอดน้อย น้ำตกไตรตรึงษ์ ถ้ำธารลอดใหญ่ น้ำตกธารเงิน น้ำตกธารทอง เขาไม้หอม เขากำแพงเขาพุร้อน และเขาสวรรค์หล่นอุทยานแห่งชาติเฉลิมรัตนโกสินทร์ หรืออุทยานแห่งชาติธารลอด มีเนื้อที่ 36,875 ไร่ เส้นทางเดินป่าในเขตอุทยานฯแบ่งเป็นสองเส้นทาง เส้นทางแรกจะไปยังถ้ำธารลอดน้อย น้ำตกไตรตรึงษ์ และถ้ำธารลอดใหญ่ อีกเส้นทางหนึ่ง เป็นทางเดินไปยังน้ำตกธารเงิน และน้ำตกธารทอง

 


   โบราณสถานบ้านดอนเจดีย ตั้งอยู่ที่บ้านดอนเจดีย์ ห่างจากตัวเมืองกาญจนบุรีไปตามเส้นทางสายกาญจนบุรี-อู่ทอง ประมาณ 15 กิโลเมตร โดยผู้ที่จะไปชมจะต้องขับรถเลี้ยวเข้าไปยังบริเวณหลังโรงเรียนวัดทุ่งสมอ กรมศิลปากรได้ทำการสำรวจเมื่อปี พ.ศ. 2525 ได้พบโครงกระดูกในบริเวณนี้หลายร้อยโครง ตลอดจนดาบโบราณ กรามช้าง และเครื่องม้า ฯลฯ เป็นจำนวนมาก และซากเจดีย์สมัยกรุงศรีอยุธยาอยู่ด้วย




              

    พระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระนเรศวรมหาราช ตั้งอยู่ใกล้กับโบราณสถานดอนเจดีย์ โดยเมื่อปี พ.ศ. 2542 จังหวัดกาญจนบุรีและประชาชนผู้มีจิตศรัทธาทั่วประเทศได้บริจาคเงินสมทบทุนสร้างพระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระนเรศวรมหาราชทรงประทับช้าง ไว้เพื่อเป็นอนุสรณ์สถานให้ปวงชนชาวไทยได้ถวายสักการะรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณที่ทรงพระปรีชาสามารถได้รับชัยชนะในการทำสงครามยุทธหัตถี สามารถปกป้องเอกราชของชาติไทยไว้ได้ในสมัยกรุงศรีอยุธยา